IMG_0111cover

ผมจะรู้สึกยิ้มยากขึ้น ในวันที่มีตลาดนัด

It is hard to smile in the day we have the market fair.

*

ตลอดทางเดินผม เต็มไปด้วยผู้คนถือถุงพลาสติก ข้างในเป็นอาหารในหีบห่อพลาสติกและสไตโรโฟม และสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นให้ผมเห็นวันแล้ววันเล่า

People around me walk while carrying plastic bags.  The inside is their food packaged in plastic bags or Styrofoam boxes.  These habits were seen everyday.

สำหรับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค การนำอาหารใส่ห่อกลับบ้านถูกทำให้เคยชินโดยไม่รู้ตัวหลังจากเราเริ่มรู้จักวัสดุปิโตรเลียมนั่นคือพลาสติก และโฟม เราเคยชินว่าเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตที่จะต้องรับผิดชอบภาชนะที่ใส่อาหาร แม้ลูกค้าของพวกเขาจะต้องเอามันไปกินไกลแค่ไหนก็ตาม

We, both vendors and consumers, were already get used to take-home foods since the introduction of petroleum-based plastic and Styrofoam.  We also think it is right for vendors to provide packaging no matter how far their customers will carry their food.

วิธีคิดนี้อาจจะไม่เป็นปัญหา เพราะเรายังอยู่ในยุคที่พลาสติกและโฟมมีราคาถูก อุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ผลิตวัตถุดิบได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และพึ่งพิงกันอย่างแยกไม่ออก

This concept may not be a problem because plastics and Styrofoams are cheap.  Petrochemical industries which provides raw material was supported by government.  To add, the relationship between government and petrochemical industry is inseparable.

*

แต่ในยุคที่เราค้นพบการย่อยสลายที่ล่าช้าของมัน ปัญหาน้ำท่วมขังจากขยะอุดตัน หรือความตายของสัตว์ทะเลจากขยะอุดตันลำไส้ รวมถึงผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ย้อนกลับมาทำร้ายเรา ในสิ่งที่เราช่วยกันย่ำยีตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างจงใจหรือจำยอม การใช้พลาสติกและโฟมอย่างฟุ่มเฟือย ดูจะเป็นการแสดงความไม่ยี่หระต่อโลกที่เราอยู่นัก

When it comes to the time that we discovered their adverse effects on our environment.  Slow decomposition rate, ability to block drainage, and how they harm wildlife combine with climate change are from what we have polluted since the industrial revolution.  Unnecessary overuse of plastics and Styrofoams may express the lack of environmental concerns we have. 

ในที่ ๆ ผมเรียน ผู้มีอำนาจได้เล็งเห็นถึงภัยอันใกล้เข้ามานี้ แต่การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นขาดการมองอย่างเป็นระบบ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างผิวเผินและไร้คุณภาพอย่างน่าเสียดาย

In the place where I study, the powers also see this incoming threat, but their solution with limited vision has led the situation to regretfully superficial and low quality changes. 

ทางเลือกที่พวกเขาทำคือ ยกเลิกพลาสติกแบบเดิมแล้วแทนที่ด้วยวัสดุย่อยสลายได้จากธรรมชาติ ฟังเผิน ๆ แล้วอาจจะดูดี แต่ความจริงแล้ว ด้วยกำลังการผลิตอันน้อยนิดและเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ราคาของวัสดุใหม่ยังแพงกว่าแบบเดิมอยู่ถึง 5-10 เท่า รวมถึงการจัดการขยะประเภทนี้ให้ย่อยสลายอย่างมีประสิทธิภาพ ยังไม่ชัดเจน ยังไม่รวมถึงความจริงอันแสนปวดใจที่ว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นวัสดุฐานคาร์บอน การย่อยสลายย่อมได้คาร์บอนไดออกไซด์กลับสู่ชั้นบรรยากาศเป็นแน่

What they have done is to ban these conventional materials and replace them with biodegradable ones.  It sounds initially good, but the truth is with its relatively low production and current technology, its cost is 5-10 times of conventional ones.  In addition, how to effectively create decomposing condition for them is still not clear.  It is also heartbreaking  to accept the fact that when carbon-based substance decomposes, it yields carbon dioxide back into  the atmosphere.

*

เมื่อค่าบรรจุภัณฑ์กลับมามีนัยสำคัญในโครงสร้างราคาอาหารแบบนี้ เราจึงต้องกลับมาคิดว่า การปัดค่าใช้จ่ายในหีบห่อเพื่อการขนย้ายอาหารของเรา ไปให้พ่อค้าแม่ค้ารับผิดชอบตามความเคยชินเดิม ๆ นั้น ควรจะหยุดและถูกปรับเปลี่ยนได้หรือยัง

As packaging cost matters in food price structure, my question is “Is externalization of our food carrying cost to be the burden of food vendors as usual are needed to be stopped and changed?”.

ในโรงอาหาร ผู้ขายสามารถสนับสนุนการกินอาหารของเราผ่านอาหารที่ปรุง บริการที่ตักให้ จานที่นำมาใส่อาหาร และการล้างภาชนะให้สะอาด สำหรับลูกค้าที่มาใช้พื้นที่โรงอาหารร่วมกัน กินเสร็จแล้วก็มีระบบจัดเก็บและทำความสะอาด

In campus cafeteria, food vendors provide cooked foods, dishes, and its washing service for customers who share cafeteria area for having their lunch.  After the meal, they collect the dishes and do cleaning to use again.

*

แต่สำหรับลูกค้าที่ต้องซื้อเพื่อไปกินในที่ไกลกว่านั้น ซึ่งเป็นภาระความรับผิดชอบของลูกค้าแต่ละคน เหตุใดผู้ขายจะต้องแบกรับภาระเหล่านั้นแทนด้วยเล่า

But for take-home customers, why the vendors have to pay for packaging cost when people who carries food are customers?

มันยุติธรรมแล้วหรือ ที่การเคลื่อนย้ายอาหารของคุณ(ซึ่งเป็นธุระของคุณที่มากกว่าคนที่นั่งกิน) จะตกเป็นต้นทุนของคนที่ทำอาหารให้คุณเท่านั้น

Is it fair to have your activity of food carrying (which is absolutely yours) to be the cost for people who only made you food?

การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาตินั้น แม้จะสามารถลดการพึ่งพาปิโตรเลียมในการผลิต และเกิดภาพลักษณ์ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (อย่างผิวเผิน) ได้จริง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือวัฒนธรรมการโยนทิ้ง การสร้างขยะอย่างไร้การควบคุมโดยผู้คนจำนวนมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและความยี่หระต่อสิ่งแวดล้อม หาได้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่มาผลิตเป็นพลาสติกไม่

Even shifting into biodegradable materials may reduce dependency on petroleum and projects the image of (superficially) environmental-friendliness, but people’s throw-away culture remains unchanged.  Overproduction of plastic waste depends on how many people throwing it away and how much they care about the Earth, not how their plastics made of.

หากเรื่องนี้ยังดำเนินต่อไป มันก็ไม่ต่างจากการสร้างเขื่อนจำนวนมาก การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากผลิตผลการเกษตร หรือการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพื่อสนองเมืองที่คนจำนวนมากกำลังจะซื้อรถส่วนตัวใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่นในวันนี้ไม่มีผิด

If we let this situation continues, it resembles the way that we build several dams, ferment agricultural products into bio-fuel, and construct nuclear power plants to satiate the city where its people never stop purchasing their personal automobiles.

ในฐานะอาสาสมัครที่อยู่ในโครงการลดรอยเท้าคาร์บอนในเด็กนักเรียน ผมรู้สึกเป็นห่วงน้อง ๆ ที่ได้เรียนรู้หลากรูปแบบการรักโลก แต่ก็ทำได้เพียงคิด เพราะพ่อแม่ของพวกเขา กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ยังอยู่ในวัฒนธรรมโยนทิ้งเช่นที่ผมเห็นในวันนี้ พ่อแม่ฉันไม่ทำ แล้วทำไมฉันจะต้องทำด้วย

As a volunteer in Low Carbon School Network project, I am afraid that several ideas that students have learned to take care of their Earth may not be turned into actions.  Even their parents who have most influence on their children do not do it.  Why I have to do, or to care, when my parents don’t!

*

ถ้าต้องการเคลื่อนย้ายอาหารเป็นประจำ เป็นไปได้ไหมถ้าเราจะมีภาชนะเป็นของตัวเอง ใช้ซ้ำได้เท่าที่ต้องการเพียงแค่ล้าง (ยิ่งถ้าใส่ผลไม้ก็แค่ล้างน้ำเปล่า) เหลือการใช้พลาสติกเท่าที่จำเป็นเช่นถุงร้อน ถุงเครื่องปรุงยิบย่อย ส่วนถุงพลาสติกใหญ่ก็ใช้ถุงเดิมที่มีอยู่เต็มบ้าน แทนที่จะขอใบใหม่

If you have to carry your food regularly, is it feasible to have your own lunchbox?  It can be washed and used several times (you just use tap water to wash if you use for fruits!).  We can help reduce uses of plastic bags to seasonings and hot stuffs.  For big bags, we can use ones we have instead of requesting a new one.

ส่วนใครที่ไม่สะดวก ไม่ประสงค์ และปฏิเสธวิธีข้างต้น ก็ควรจะได้รับผิดชอบวัสดุขนย้ายด้วยตัวเอง โดยการ”ซื้อ”จากที่ ๆ เขาซื้ออาหารนั่นเอง ตรงไปตรงมา คนกินไกลจะมาจ่ายเท่าคนกินไกล้ไม่ได้

For people who are not convenient, not intend, or not accept those methods, you should be responsible for your carriage by “buying” them from the food vendors.  It is pretty straightforward; who eats far away have to pay more than one who eats near. 

*

ถ้าเราได้คิดและรับการนำเสนอกระบวนทัศน์ใหม่ ที่ผู้บริโภคได้ร่วมรับภาระในขยะที่เขาได้สร้างขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เราก็น่าจะพอมีโอกาสเข้าสู่สังคมการบริโภคอย่างตระหนักรู้และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยกัน ใกล้เข้าไปอีกก้าว ผ่านการลดความต้องการวัสดุเหล่านี้เสียที

If we contemplate and accept this presented new paradigm which consumers share the burden from garbage they create, we could take another step towards aware and responsible consumption society by reducing demands of this poisoning materials.

ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราจะลงมือทำ ปรับเปลี่ยนวิธีการบริโภคของเรา ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสใหม่ที่การบริโภคมีการตระหนักรู้ หากเราทำสำเร็จ ผมคิดว่าคงไม่ยากนัก ที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในกิจกรรมอื่นของเรา แต่บริบทและความเป็นไปได้ของแต่ละคนด้วย

It is time to take action.  It is time to change our way of consumption.  Join the new trend of consumption with awareness.  If we success, I hope it is not too hard to make another changes for your life.

การคิดค่าบรรจุภัณฑ์จะต้องเกิดขึ้นในโรงอาหาร เราจะต้องออกจากวังวนการสร้างขยะอย่างไม่จำเป็น เราทำได้ เพราะนี่เป็นสิทธิ์ของเราที่จะปกป้องโลกใบนี้

Packaging charge policy must be implemented in campus cafeteria.  We must break the vicious cycle of infinite garbage producing.  We can do it because we have absolute rights to protect our world. 

*

หมดยุคที่เราจะลอยตัวเหนือปัญหา แล้วรักโลกเพียงแค่ในนามหรือลมปากได้เสียที

Stop externalize the problems while loving the Earth only in the name or words!

ด้วยรัก,
วิเศษณ์นิยม

With great love,

Wisetniyoms

*

ปล. ขอบคุณวันทนา ศิวะ และพี่อ้อย (มูลนิธิโลกสีเขียว) สำหรับแรงบันดาลใจครับ

P.S. Special thanks for Vandana Shiva and P’Oy (Green World Foundation) for inspirations

Advertisements