ตั้งใจจะเขียนหลายครั้งแล้วถึงอาหารที่ได้รับหลังบริจาคเลือด หลังจากเริ่มบริจาคอย่างจริงจัง (ทุก 3 เดือน) ที่หน่วยรับบริจาคเลือดสภากาชาดไทย สาขาโรงพยาบาลรามาธิบดี มาเมื่อช่วงน้ำท่วมปีที่แล้ว ซึ่งผ่านมาครึ่งปีเต็ม มันก็ยังไงยังงั้นเลย ไม่เคยเปลี่ยน แม้แต่ยี่ห้อ!!!

หลังจากโดนสอบถามว่านอนพอมั้ย เป็นเอดส์มั้ย เคยไปปรึ๊ย ๆ กับใครที่ไม่ใช่คู่นอนหรือเปล่า ก็ได้เวลาทิ่มแทง ซึ่งเท่าที่จำได้ ยังไม่มีใครแทงแม่นได้เท่าคุณป้าพยาบาลไม่ทราบชื่อ จากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้เลย ครั้งนั้นไม่เจ็บ แต่เกิดความพึงพอใจเล็ก ๆ (เอ๊ะยังไง)

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการจะต้องมีการทดแทนอะไรที่เสียไป ซึ่งก็เป็นเวลาที่ผมหมายปอง “ขนมฟรี” ขอบอกว่า ทุกอย่างยังเหมือนเดิมคือ ขนมปังฟาร์มเฮาส์แบบก้อน (ใส้จะสุ่มให้) โอวัลตินกล่อง ไซส์มาตรฐาน และน้ำเจาะแบบแก้ว มาฟังกันว่ารสชาติเป็นยังไง

เนื่องจากทุกอย่างถูกเก็บไว้ในห้องแอร์ตลอด ทำให้ทั้งโอวัลติน และน้ำเปล่านั้น มีความเย็นเล็ก ๆ ดื่มแล้วสดชื่นดี นอกจากนี้ยังแก้คอแห้งจากการกินขนมปังฟาร์มเฮาส์ (ที่ผมได้กินใส้ถั่วแดงติดกันมาสามครั้งแล้ว) ได้ดีอีกด้วย แต่ตัวขนมปังเนื้อแอบหยาบและแห้ง ใส้กระจุกตัวที่ตรงกลางรสชาติทั่ว ๆ ไป ก้อนก็แอบเล็ก กินสี่คำก็หมด ที่จริง ทุกอย่างถูกกินหมดภายใน 3 นาที ยกเว้นยาเม็ด Ferrous Fumarate ที่กินทีเดียวคงได้กลายเป็นคนเหล็กขี้ดำแน่ จึงเอากลับไปกินวันละเม็ดพอ

การบริจาคเลือดนอกจากจะเป็นการทำบุญโน่นนี่ ช่วยเหลือคนช่วยเหลือชีวิต บลา ๆ แล้ว มันยังทำให้ผมนึกถึงตัวเอง เพราะเลือดที่ออกมา จะดีจะกากขึ้นอยู่กับว่า เราดูแลตัวเองกันดีแค่ไหน กินอาหารครบห้าหมู หมูยอ หมูหยอง หมูเส้น หมูกรอบ หมูทอดกระเทียม เอ๊ยไม่ใช่! ครบห้าหมู่ รึเปล่า ออกกำลังกายรึเปล่า แดกเหล้าสูบบุหรี่เยอะมั้ย หรือไปปรึ๊ย ๆ พร่ำเพรื่อรึเปล่า ทุกอย่างนี้มันอยู่ในเลือดครับ เพาะเลือดมันไม่โกหก กลายเป็นแรงกระตุ้นให้ผมดูแลตัวเองให้เลือดล็อตต่อไปจากผม เป็นเลือดที่ดีให้ได้

แต่ใครได้เลือดผมแล้วบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้ก็อย่าว่ากันนะครับ อิอิ

Advertisements