ฮัลโหลวันหยุดครับ

วันนี้คงไม่ออกไปไหน แต่อ๊ะ! คิดว่าผมไม่มีของจะปล่อยละซิ ผิดแล้วครับ ว่าแล้วก็เอาสิ่งที่เก็บไว้ในตู้เย็นออกมาอบกิน มันคือ แซนด์วิชคัตสึ และ คร๊อกเกะปู จากร้านเก่าร้านดังแห่งซอยสุขุมวิท 33/1 Custard Nakamura

จะว่าไปก็เสียดายที่ผมนิสัยเสีย ไม่สังหารมันตั้งแต่เมื่อวานที่ซื้อ เพราะการเอาเข้าตู้เย็นแล้วเอามาอบใหม่ ทำให้ความสดกรอบหายไปเยอะ แถมทั้งคู่ก็เป็นเมนูทอดด้วย เอาเถิด เราก็เสพเท่าที่มีที่เหลือละกัน

ต้องคารวะเขาเลย เนื้อสันที่เอามาทอดนั้น ชิ้นใหญ่เต็มคำมาก (หนาประมาณ 2 เซ็นติเมตร) แถมเหนียวนุ่มแน่น แป้งชุบทอดด้านนอก ถึงแม้จะไม่กรอบแล้ว แต่ก็ไม่ยุ่ยไม่เละ รสเปรี้ยวของคัตสึซอสยังคงอยู่ครบถ้วน ส่วนภาคขนมปังนั้นก็ได้มาตรฐานยอมหลบฉากให้หมูชิ้นโตได้เฉิดฉาย เห็นชิ้นเล็ก ๆ แบบนี้ อิ่มได้นะเออ

ส่วนอันหลังเป็นคร็อกเกะปู (มันฝรั่งบดผสมเนื้อปูชุปแป้งเกล็ดขนมปังทอด) อันนี้เสียดาย ผมน่าจะกินมันสด ๆ เพราะการเอามา reheat ให้อร่อยเหมือนทำสดใหม่ ๆ นั้นยากเหลือเกิน จะเวฟก็นิ่ม จะอบให้ข้างในร้อน ก็เกรงว่าข้างนอกจะไหม้ (สุดท้ายผมเอาไปอบแบบให้ข้างในพออุ่น ๆ) แต่รสชาติก็โอเคครับ

คิดว่าผมจะหมดแค่นี้หรือครับ อย่าลืมซิว่าผมซื้อมาจากร้านอะไร “Custard Nakamura” การไม่ได้กินคัสตาร์ดคงจะผิดมหันต์ทีเดียว

และแล้วคัสตาร์ดชาเอิร์ลเกรย์ก็เดินทางจากตู้เย็นมาอยู่ตรงหน้า เปิดฝา เทน้ำเชื่อม ช้อนมา ตักใส่ปาก ลิ้นบด อาาห์ คือประมาณ 0.5 เซ็นติเมตรจาก surface จะเหมือนสังขยา แต่จากนั้นลงไปจะเป็นคัสตาร์ดรสหอมเย็นแบบชาเอิร์ลเกรย์อ่อน ๆ เนื้อเด้งนุ่ม ทานแล้วชื่นใจ แต่ผมคิดว่า น่าจะแช่มันในอุณหภูมิซัก 0-2 องศาเซลเซียส น่าจะมอบความสดชื่นได้มากกว่านี้ (4 องศายังไม่พอครับ)

ผมโอเคล่ะกับมื้อเที่ยงวันนี้ แล้วคุณละครับ? อย่าบอกว่ายังไม่ได้กินน้า ^^

Advertisements