พูดไปก็รู้สึกผิด ผมเห็นร้านนี้ตั้งแต่ผมมาอยู่กรุงเทพ (ประมาณสี่ห้าปีที่แล้ว) แต่ก็ไม่เค้ย ไม่เคยที่จะเข้าไปกิน แต่ก็ไม่รู้ด้วยอะไรเช่น ที่ทำให้ผม “ลอง” ร้านนี้ซักครั้ง  ใครที่ follow instagram ของผม อาจจะยังจำได้ว่า ผมได้ไปเยือนร้านนี้มาหนึ่งครั้งแล้ว และด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง มันทำให้ผมกลับมาอีกครั้ง

ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง มันทำให้ผมกลับมาอีกครั้ง

ร้านนี้หาไม่ยากครับ หน้าร้านเป็นเอกลักษณ์มาก ห้องอาหารอบูอิบรอฮิม อยู่ตรงข้ามโรงแรมประดิพัทธ์เป๊ะ ๆ หน้าร้านตกแต่งด้วยไม้ บางคนอาจจะคิดว่าน่ากลัวครับ แต่เข้าไปเหอะครับ ข้างในมีความอบอุ่น และบรรยากาศที่เป็นมิตรรออยู่ และที่สำคัญ เนื่องจากเป็นร้านอาหารมุสลิม ดังนั้น ไม่มีคนกินเหล้ากวนใจแน่นอน

แน่นอน สำหรับอาหารมุสลิม จัดมาเลย แกงแพะ!!! ซึ่งร้านนี้มีทั้งรูปแบบแกงกะหรี่ มาซาลา และกุรุหม่า (เรียงความเข้มข้นจากน้อยไปมาก) นอกจากนี้ยังเสริมทัพด้วย แกงกระเจี๊ยบ และตบท้ายด้วย ซุปเนื้อ ให้ซดคล่องคอ! ส่วนจานแป้ง ก็จัดมาเลย นาน และ จาปาตี อย่างละหนึ่ง!

เอาอันแรกก่อน แกงแพะ ขอบอกว่า ไม่กินแกงแพะที่นี่ จะถือว่าเสียเที่ยวมาก! เพราะแพะ ไม่เหม็นเลย ย้ำครับ ไม่เหม็นเลย ครั้งก่อนผมมาจัดกุรุหม่าแพะ กินเสร็จคุยกับพนักงานบอกว่า แพะร้านเราไม่มีกลิ่น ซึ่งผมเกือบลืมไปเลยว่า คนกินแพะ เขา concern เรื่องกลิ่นกัน แต่วันนี้มาในแบบมาซาลา ก็กินง่าย แต่รสก็ยังเข้มข้น เอาแป้งนานปาดหมดถ้วยตามเคย จุดติมีนิดเดียวครับ คือ ถึงแม้เนื้อแพะจะนุ่ม (มาก) และไม่เหม็น แต่ชอบมีเศษกระดูกแพะแตก อยู่ในน้ำแกง เบรกความฟินระหว่างเสพแกงบ่อยครั้ง แต่โดยรวมมันเจ๋งมากครับ

เพราะแพะ ไม่เหม็นเลย ย้ำครับ ไม่เหม็นเลย

ส่วนแกงกระเจี๊ยบนั้น ถือว่าเป็นตัวแก้เลี่ยนจากแกงแพะอีกที ด้วยกระเจี๊ยบเขียวที่ทานแล้วสดชื่น บวกกับแกงรสอ่อน มอบจุดพักปากให้ผมระหว่างนัวเนียกับแกงแพะได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น ซุปเนื้อครับซุปเนื้อ นอกจากเนื้อที่นิ่มเคี้ยวง่ายแล้ว น้ำซุปก็แซ่บมากครับ เปรี้ยวเผ็ด นำ กลมกล่อมเนื้อตาม ซดเพลิน ๆ ระวังจะหมดเอา ผมก็กินเป็น cycle แกงแพะ > แกงกระเจี๊ยบ > ซุปเนื้อ เรื่อยไป ไม่นาน แป้งนานกับจาปาตีที่แสนจะหอมกรุ่น ก็หมดลง

อิ่มเลยครับ แฮ่ ๆ

อิ่มของคาวปุ๊บ เหมือนสมองมันกันที่ในกระเพาะไว้ให้ และบอกใหัผมหันไปด้านหลังร้าน แล้วผมก็ป๊ะกับ โยเกิร์ตโฮมเมดของทางร้าน เรียงรายในตู้เย็น ไม่รอช้า สั่งเมนูตบท้ายมาล้างปากทันที นั่นก็คือ ลาซซีแบบเค็ม (คือ โยเกิร์ตปั่นใส่เกลือ)

อยากบอกว่า ใครไม่เคยกินโยเกิร์ตใส่เกลือ ไปลองซะ ความเปรี้ยวของโยเกิร์ต และความเค็มของเกลือ จะชะล้างกลิ่นและความคาวของอาหารที่คุณทานไป อีกทั้งมอบความสดชื่นแบบไม่เลี่ยนให้คุณด้วย โอ้ บร๊ะ เจ้า จริง ๆ มื้อนี้ แต่ถ้ามาตอนมื้อค่ำ แนะนำ ชาร้อน จิบชิล ๆ สัมผัสความเนิบช้าที่ซ่อนอยู่ของย่านสะพานควายยามค่ำคืนครับ

สุดท้ายนี้ ร้านนี้ราคาไม่แพงครับ (ทั้งหมด 400 บาท) จานแป้งประมาณ 20 บาท แกงก็ 80 บาท แต่ถ้าเป็นแกงแพะก็ 160-180 บาทครับ ซึ่งก็คุ้มอยู่ ยังไงก็ไปลองทานดูนะครับ สำหรับผม การได้ทานรสชาติใหม่ ๆ มันมีความสุขชะมัดเลย…

***Update และแล้ววันนี้ก็ได้ฤกษ์ดีได้ไปเยือนอีกครั้ง พร้อมกับได้ลิ้มลองข้าวหมกแพะ!!! ที่ถึงจานละ 180 แต่แน่นอน แพะมาเต็ม ดูหน้าตาอย่าคิดว่าข้าวหมกสีอ่อน จะอ่อนรสชาติตามสี กลับมีความหอมเครื่องเทศอ่อน ๆ รสเปรี้ยวจากเครื่องหมก เข้ากันได้ดีกับเนื้อแพะที่ cooked มาอย่างเข้มข้น ทานกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวานคลุกในแตงกวาที่กินแล้วรู้สึกต้องขอเพิ่ม การได้ทานอาหารแปลก ๆ พร้อมกับ discuss เรื่องราวชีวิตกับสหายที่คุ้นเคยนี่ ยังไงก็มีความสุขครับ 🙂

(ที่จริง ไก่ย่าง ก็น่าลิ้มลองมาก สงสัยจะมีคนไหว้วานให้ผมพาไปร้านนี้อีกหลายต่อหลายหนแน่)

Where?

ห้องอาหารอบูอิบรอฮีม ปากซอยประดิพัทธ์ 14 ตรงข้ามโรงแรมประดิพัทธ์ ถนนประดิพัทธ์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ

เปิด 9:30 – 23:00 โทร. 02 278 4424   ไม่อนุญาติให้นำสุรามาดื่มในร้าน

Advertisements