เมื่อวาน ศุกร์ทั้งที หาไรกันกะสหายดีกว่า ด้วยการเดินเท้าจากคณะวิทย์ สู่ BTS พญาไทมุ่งหน้าสู่ร้านครัวกรุงเทพหรือ Canton House ร้านนี้จุดเด่นน่าจะเป็นติ่มซำและอาหารจีนราคาไม่แพง (ติ่มซำ 18 บาทต่อเข่ง จานแป้งเริ่มที่ 70 บาท) รสชาติทานง่าย ร้านบรรยากาศ neutral ไม่เฉพาะทางเกินไป กินกันอิ่มอืดก็แค่คนละไม่ถึง 150 จุดที่ยุกยิกหน่อยก็คือ ทำไมลื้อไม่ทำเก๊กฮวยรีฟิลฟะ!!! ดูดปรู๊ดเดียวม๊ดแหล่ว – -” (ไหน ๆ ลื้อผสมให้อ่อนแล้วก็รีฟีลไปเลย)

จานที่น่าจะเป็นประเด็นก็คือ “บะหมี่ผัดฮกเกี้ยน” นี่แหละ เพราะว่าไม่เคยชิมสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหมี่ฮกเกี้ยนนอกจังหวัดภูเก็ต บ้านเกิดเมืองนอนของผมเลย อย่างนี้ต้องขอลองขึ้นชกนอกบ้านซะแล้ว

เอิ่ม…เส้นบะหมี่ ผัดแห้ง ๆ กลิ่นอ่อน ๆ ใส่เห็ด ถั่วงอก ไก่ กุ้ง (1ตัว) มันคืออะไรเนี่ย นี่คือหมี่ผัดฮกเกี้ยนที่ชาวกรุงกินกันเรอะ โอ้วบร๊ะเจ้า จงมากินที่ภูเก็ตซะแล้วจะซึ้งนะครับชาวกรุงทั้งหลาย

หลังจากกิ่นอิ่มแทบอืดก็ถึงเวลาของหวาน ว่าแล้วก็เดินเท้ามึน ๆ ไปย่านสยาม โดยมีโจทย์ว่า “ไอศกรีม” สุดท้ายก็มาสะดุดกับร้าน Spice Story ชั้น 4 โซน Food Passage (อีกแล้ว) เพราะสะดุดตากับไอศกรีมรสแปลกทั้งหลาย ไม่รอช้า ชิมโลด (update เพิ่งรู้ว่าร้านนี้เป็นของง่วนสุน มือที่หนึ่ง นั่นแหละครับ)

ไอศกรีมร้านนึ้ ถึงจะรสไม่เยอะ แต่ความแปลกก็ thrill ปากได้ไม่ยากอาทิ ช็อกโกแลตพริกไทย ที่ลิ้มแล้ว…เฮ้ย พริกไทย! หรือจะเป็นส้มอบเชย รสสดชื่น และรสพริกที่พริกแดง ๆ เป็นชิ้นเลยเว่ยเฮ่ย ผมเองก็เคยชิมไอศกรีมรสแปลก ๆ มาเยอะ แต่ที่นี่ก็จะเป็นอีกที่ที่ผมจะชื่นชมว่า “ก็เข้าท่าและลงตัว” โดยเฉพาะส้มอบเชย ที่ส้มแบบหวานเย็นสว่างไม่รู้สึกโดนยัดเยียดส้มปลอม ๆ จับคู่กับอบเชยที่ไม่แรงจนยี้ งานนี้อาจจะมีเยือนซ้ำ

อีกอย่างที่สั่งมาลองคือ น้ำเอี๊ยะบ๊วยหรือ “ส้มสา” เค้าว่าเป็น Chinese strawberry (杨梅) เสริฟพร้อมเม็ดเอี๊ยะบ๊วยสองเม็ดมาให้กินขำ ๆ ขอบอกว่านอกจากไอศกรีมแล้ว ร้านนี้ยัง surprise ผมด้วยเอี๊ยะบ๊วยอีก เพราะเป็นรสที่ใหม่ ประมาณเหมือนกระเจีียบแค่ช่วงหวานต้น ๆ แต่ตอนกลางโดนหักมุมไม่แสดงรสเปรี้ยวแต่หวานชื่นใจแบบมะตูมบวกกับกลิ่นเฉพาะของลูกเอี๊ยะบ๊วย อาาห์ ชื่นใจครับ

ที่จริง Spice Story ขายของคาวด้วยแต่ก็ไม่ได้ลองเพราะดึกแล้ว จุดติก็น่าจะเป็นไอศกรีมที่มาแบบลูกเล็ก ๆ แทนที่จะเป็น 1 สกู๊ปใหญ่ ๆ กินคนเดียว (3 สกู๊ปเล็กขายที่ 75 บาท) เพราะแต่ละรสมันเฉพาะตัวมาก ตักรวมกันแบบที่ทำอยู่นี้มีแต่จะผสมกันเสียความเป็นตัวของตัวเองเปล่า ๆ แต่ก็เอาเถิด คงไม่เจ๊งเร็ว ๆ นี้(มั้ง)

ก่อนจะทิ้งท้ายไป พอสังเกตุการออกแบบของโซน Food passage ตรงกลางก็รู้สึกแปลกดี เพราะเพดานนั้นถูกสาดด้วยไฟทำให้เหมือนกลางวันตลอดเวลา ร้านแต่ละร้านก็กั้นกันด้วยรั้วเตี้ย ๆ เหมือนเป็นร้านอาหารกลางแจ้ง แต่อยู่ในห้างกลางเมือง…

สรุปว่า…ก็อยากนั่งร้านกลางแจ้งกลางวันเก๋ ๆ แต่ไม่อยากร้อนชิมิจ๊ะ ชาวกรุงจ๋า อิอิ 😛

Where?


ครัวกรุงเทพ (Canton House) 160 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

โทร. 02 612 9233, 081 924 3238 เว็บไซต์

Advertisements